วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
งาน BOI FAIR 2011
งาน BOI Fair 2011 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 5-20 มกราคม 2555 เวลา 10.00-22.00 น. ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด “ร่วมพลังน้ำใจ โลกสดใส ไทยยั่งยืน” หรือ “Going Green for the Future”
BOIFair2011เป็นมหกรรมแสดงนิทรรศการครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศไทย จัดโดยคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เหนื่องในโอกาสพระราชพีธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ 5 ธีนวาคม 2554 ในการจัดงานครั้งนี้ ได้นำหลักการเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุคใช้เพื่อส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
งาน BOI Fair 2011 จัดแสดงงานในภายนอกอาคารและในอาคาร รวมทั้งสิ้น 240,000 ตารางเมตร มีทั้งพื้นที่นอกอาคารที่จัดแสดงงานบริเวณริมทะเลสาบเมืองทองธานี ประกอบด้วย ศาลาศรัทธาศรม ศาลาประเทศไทย ศาลาBOI ศูนย์ประสานงาน BOI Fair 2011 และศาลานิทรรศการกลางแจ้ง ของบริษัทชั้นนำต่างๆจำนวนทั้งสิ้น 84 ศาลา ซึ่งจะแดสงเทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมถึงมีพื้นที่ส่วนกลางสำหรับจัดกิจกรรมบันเทิง และแสดงงานต่างๆมากมาย
พื้นที่ภายในอาคารแบ่งออกเป็น 2 ส่วนประกอบด้วยอาคารที่ 9 จัดสรรสำหรับประชุมใหญ่ต่างๆ ห้องประชุมสำหรับสัมมนาวิชาการกว่า 200 หัวข้อ รวมทั้งมีการแสดงงาน เทคโนมาร์ท อินโนมาร์ท 2011 ซึ่งจัดโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และอาคารชาเลนเจอร์ 1-3 เป็นพื้นที่แสดงนอทรรศการและจำหน่ายสินค้าหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม เช้น เกษตร อาหาร เครื่องดื่ม แฟชั่นและเครื่องประดับต สินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องใช้ไฟฟ้าและอเล็กทรินิกส์ซอฟต์แวร์ ของตกแต่งบ้าน
แนวคิด
แนวคิดหลักของงาน “บีโอไอแฟร์ 2011” ภายใต้ รวมพลังน้ำใจ “โลกสดใส ไทยยั่งยืน” หรือ “Going Green for the Future” จะสอดคล้องกับการกำหนดทิศทางการพัฒนาของประเทศให้เจริญเติบโตทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สังคมไทยก้าวไปสู่สังคมที่มีความสุขและมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
การออกแบบแลนด์มาร์คของงาน จะเชื่อมโยงให้เห็นถึงความเหนื่อยยากของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจมากมาย เพื่อให้ประชาชนชาวไทยอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข สถาปัตยกรรมของแลนด์มาร์คซึ่งจะจัดวางอยู่บนทะเลสาบ จะเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงหยาดพระเสโทของพระองค์ขณะทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจทั่วทุกหนแห่งบนผืนแผ่นดินไทย
ศาลาศรัทธาศรม (Royal Pavilion) จะจัดแสดงไว้ในมุมที่รับกับแลนด์มาร์ค เพื่อแสดงพระอัจฉริยภาพ พระราชกรณียกิจ และแนวพระราชดำริในด้านต่าง ๆ
ความน่าสนในของซุ้ม DouBle M technology
ประวัติ ของบริษัท Double M Technology Management co. ltd
2546 : ดำเนินธุรกิจฝึกอบรม
2547 : เริ่มโครงการพัฒนาซอฟต์แวร์อีอาร์พี
2548 : เปิดตัวซอฟต์แวร์ Double M ERPTh@i 1.5 งาน เอสเอ็มอี อิมแพค เมืองทองธานี
2549 : เปิดตัวซอฟต์แวร์ Double M ERPTh@i 3.0 ในงาน ICT Expo 2006 ร่วมกับออราเคิล ประเทศไทย
2550 : ได้รับการส่งเสริมการลงทุนบีโอไอ หมวดซอฟต์แวร์ เลขที่ 1363(7)/2550 และเข้าร่วมบ่มเพาะธุรกิจกับเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ปาร์ค ประเทศไทย
2551 : เซ็นต์สัญญาความร่วมมือกับชมรมอินโนเวชั่น พัฒนาอีอาร์พีสำหรับธุรกิจผลิตเครื่องประดับ
: รับรางวัล Thailand ICT Award 2008 กระทรวงไอซีที จากผลงาน Double M JeGe'
: เข้าร่วมโครงการ Buy Thai First สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย
2552 : รับการคัดเลือกเข้าโครงการ ECIT 2552 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม พัฒนาโปรแกรม ERP Cloud
: เปิดตัว Double SmartBiz Cloud ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2554
2553 : รับการคัดเลือกเข้าโครงการ ECIT 2552 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม
2554 : รับการคัดเลือกเข้าโครงการ ECIT 2552 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม
: รับการคัดเลือกจาก สสว. เปิดตลาดที่ประเทศอินโดนีเซีย
2555 : เปิดตัว Double M Samakke Cloud งานบีโอไอแฟร์ 2011 ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี
ปรัชญา
Success Togeter รวมใจสู่ความสำเร็จ
วิสัยทัศน์ (VISION)
เป็นผู้นำพัฒนาและวางระบบระบบซอฟต์แวร์ธุรกิจที่เชื่อมโยงให้กับผู้ประกอบการในภูมิภาคเอเซีย
ภารกิจ (MISSION)
สร้างกระบวนการเรียนรู้ สู่การสร้างนวตกรรมในการพัฒนาซอตฟ์แวร์ธุรกิจที่เชื่อมโยง พร้อมให้บริการที่เป็นเลิศให้กับผู้ประกอบการทั่วภูมิภาคเอเซีย
เทคโนโลยีของซุ้ม Double M นั่นคือ เครื่องนับจำนวนสินค้า คอนเซ็ปคือ อาหารและ
นวัฒกรรมการเกษตรกรรม
ซึ่งเครื่องถูกวางระบบโดยใช้ การสแกน โดยการติด ชิปไว้ที่ผลไม้ ชิปตัวนี้คล้าย ๆ กับคีย์การ์ดเพื่อผ่านการตรวจสอบและนับจำนวน แล้วนำไปวางบนเครื่องนับจำนวนสินค้า เครื่องนับจำนวนสินค้าไม่ได้แค่นับสินค้าอย่างเดียว แต่สามารถ คัดสรรค์ ผลไม้ได้ ซึ่งจะบอกค่าได้ว่า ผลไม้อยู่ระดับไหน เน่าเสียหรือไม่ เมื่อคัดมาแล้ว ก็สามารถ ขนส่งได้เลย โดยแค่การสแกนของ เครื่อง นับจำนวนสินค้า
แน่นอนเครื่องนับจำนวนสินค้านั้น เป็นเทคโนโลยี เพื่อการเกษตรกรรม ซึ่งประหยัดเวลาในการ คัดสรรค์ คัดคุณภาพของผลไม้
เครดิต
http://www.boifair2011.com/view/th/history/history_2011.jsf
http://www.doublemtech.com/
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น